วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ผีบ้าเข้าสิง

"อันภูติผีตนใดมาเข้าสิง
ไม่หยุดนิ่ง มือไม้ใจสั่นไหว
ปากงองุ้ม คิ้วขมวด ใจวุ่นวาย
ยามเมื่อไม่ ได้ประสงค์ ดั่งใจปอง"

25/10/59
19.02น.

     เมื่อใจโกรธ หงุดหงิด เมื่อของที่จะต้องได้ กลับต้องโดนเลื่อนออกไปอีกเกือบ 20 ชม. มันก็ควรจะรอได้แต่ในความรู้สึกมันกลับรู้สึกว่าอะไรแว้ ...ทำไมเป็นงี้ แต่ก็ต้องทำใจเพราะเขาลืม!!!ตอนแรกก็โกรธนะ ตอนนี้ปลงล่ะ.....
     เล่าความฝันเมื่อคืน...จำได้ว่ามีคนชื่อก้อง แล้วก็เป็นขบวณอะไรซักอย่างเหมือนนักศึกษาจะไปทัศนศึกษา แล้วเราก็หลงไปห้องของคนๆนี้ แต่ออกจากห้องไม่ได้ เพราะกลัวคนอื่นเห็น.....จบแค่นี้แล้วกัน
     เมื่อวันก่อนลืมเล่า ฝันว่าเป็นงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง ที่สระน้ำโรงแรมแห่งหนึ่ง ทุกคนสวมชุดราตรีสวยงาม แล้วก็มีน้องคนหนึ่งบอกให้เราช่วยเก็บแว่นที่ตกลงไปในสระ ในฝันเราก็กระโดดลงไป แล้วเราก็เห็นเป็นงูตัวสีออกน้ำตาล กำลังนอนอยู่ก้นสระ เราก็ไม่ได้พูดอะไร...ภาพตัดมาที่ริมสระ เราก็มองไปเห็นงูเขียวตัวหนึ่ง คนละตัวกับตัวก่อน ตัวใหญ่เท่าๆแขนกำลังอาปากกินแมวซึ่งอยู่ก้นสระ เราก็บอกเด็กเสริฟว่า นี่น้องปล่อยให้มีงูในสระได้ไง เด็กเสริฟเห็นตกใจกำลังจะร้องโวยวาย เราก็เลยบอกให้เขาเงียบ เดี๋ยวแขกในงานจะแตกตื่น....จบจำไรไม่ได้ล่ะ
     เรื่องธรรมะที่ได้ในวันนี้ กรรม มีโอกาสดูรายการหนึ่ง เด็กคนหนึ่งชื่อน้องเกตุ เป็นเด็กที่มีสัมผัสพิเศษ สามารถดูดวงคนได้ จากการดูหน้าตา เป็นร่างทรงของพ่อปู่ฤาษีองค์ดำ ทำให้คิดได้ว่า ทุกคนมีเจ้ากรรมนายเวรตามติดมาหมด แต่คนที่หนักๆก็จะมาทำให้เจ็บป่วย หรือเข้าสิง ให้คนคนนั้นทรมาน ทำให้เรากลัวบาป แล้วเราต้องทำบุญ อธิฐานให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้
     ความดีของผู้อื่น เดะวัน เป็นเพื่อนสมัยที่ทำงานเก่า เป็นคนง่ายๆมีน้ำใจ ช่วยเหลือเราตลอดเป็นคนขี้สงสารใจดี จนบางทีคนมาเอาจากเปรียบเขาเราก็แอบสงสารเข้าไม่ได้เพราะความขี้สงสาร แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะเขาเป็นคนมีน้ำใจ เป็นคนดี 
21.03น.
     

     

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ระเบิด!

"ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า กว่าจะมาเป็นมุนษย์แสนยากยิ่ง
เหตุใดท่านมาฆ่ากัน มาสาดยิง
มารเข้าสิงหรืออย่างไร ถึงได้ทำ"

25/10/59
11.06น.
     
     เมื่อวานไม่ได้บันทึกรงบยอดวันนี้เลยแล้วกัน เมื่อวานได้มีโอกาสดูรายการหนึ่ง มูไนท์ เรื่องพญานาคทางยูทูป เป็นเหตุให้จิตใจเริ่มสนใจไปในทางนี้ เลยดูไปเรื่อย ทั้งความสามารถทางจิตของอาจารณ์ต้องจิต คุณฝันดี ฝันเด่น เรียกได้ว่าหาดูย้อนหลังเกี่ยวกับพลังของพวกเขา เพราะโดยส่วนตัวแล้วเราสนใจเรื่องนี้และมีความเชื่อเรื่องนี้ ว่านี่คือของจริง หลายคนคอมเมนท์ว่าหลวงโลก ไม่เชื่อ ชื่อรายการเขาก็บอกว่า มูไนท์ มูเตลูไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ยั้งงงงงจะมีคนไปว่าเขาอีก เฮ้อ.....
     นอกจากนี้ยังมีข่าวที่น่าตกใจเมื่อเวลา 19.00น.มีเหตุระเบิดที่โต้รุ้ง ตรงร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม น่าสงสารคนที่บาดเจ็บและเสียชีวิต ชีวิตใครใครก็รักเนอะ วันนั้นเราออกจากบ้านผ่านตรงถนนตรงข้ามกับร้านดังกล่าว ประมาณ 18.45 น.เพื่อไปรับหลาน จนทุ่มเศษหลานก็เรียนพอเศษเสร็จพร้อมกับบอกเราว่ามีระเบิด (เออเนอะ เด็กสมัยนี้รับข่าวเร็วเหลือเกิน) เราก็ถามว่าเมื่อไหร่ คำตอบที่ได้คือเมื่อตอนหนึ่งทุ่มมีระเบิด 
จนเมื่อเช้าตอนไปส่งหลานไปโรงเรียนต้องผ่านทางนั้น ตำรวจเขาก็กั้นทาง ให้เราเบี่ยงไปใช้ทางอื่น ความรู้สึกเหมือนถนนร้างอ่ะ คล้ายๆกับวันก่อนที่มีเหตุระเบิดใกล้บ้าน ครั้งนั้นใกล้มากประมาณ 5 ช่วงตึก ครั้งนั้นได้ยินทั้งเสียง สััมผัสได้ถึงบ้านสั่นๆราวกับแผ่นดินไหว ตำรวจมา แล้วก็กั้นถนน ทุกอย่างเงียบยกเว้นเสียงรถกู้ภัย ครั้งนี้ไม่ต่างกันเลย แต่ครั้งนี้ดูจะมีการสูญเสียมากกว่า มีผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 2 ราย ยังเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่รู้เพราะเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกับหลาน 
     คนร้ายนี่ต้องการอะไรกันแน่ ไม่กี่เดือนก็ระเบิดโรงแรมเซาเทริน เสียหายไปหลายแล้ว กำลังเรียกร้องสิ่งใด หรือนี่จะเป็นวิถีของมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัย ต้องมีการรบราฆ่าฟันกัน ก็เราเป็นสัตว์นิเนอะประเสริฐเลิศล้ำกว่าสัตว์ทั้งหลาย ทั้งทางด้านวัฒนธรรม จริยธรรม ที่มีทั้งดีสุดโต่ง และชั่วสุดขีด เพราะนี่คือโลกมนุษย์ ใช่ๆๆๆๆๆพอพูดเรื่องนี้แล้วก็นึกขึ้นมาได้เรื่องการบรรลุธรรม
     มีเรื่องเล่าเราก็จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากไหนท่านว่า โลกมนุษย์เป็นสถานที่ของการบรรลุธรรม พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ที่อยู่บนสวรรค์ ต้องลงมายังโลกมนุษย์ก่อน แล้วจึงจะตรัสรู้ธรรมได้ เพราะฉะนั้นเราเป็นมนุษย์เป็นหนทางที่ดีมากๆที่จะได้มีโอกาสนั้น และยิ่งถ้าเกิดมาในช่วงที่พระพุทธเจ้ายังอยู่ถือว่าเป็นบุญ แต่ตอนนี้ก็ยังดีเพราะเรายังมีพระธรรมคำสอน อยู่ในช่วงที่มีพระพุทธศาสนาให้ศึกษา ก็ยังถือว่าเรามีบุญอยู่ระดับหนึ่ง ถ้าหากว่าเกิดมาในช่วงที่ไม่มีละก็ ก็เสียเวลาเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะยุคหน้า ยุคพระศรีอริยเมตไตร์ยนั้นเราอยากไปนะ....ประมาณอีกอสงไขยเศษๆ ตอนนี้ก็ศึกษาเรื่องราวของคนในยุคนั้นก่อนแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ
11.53น.
     

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เรื่อยๆ+เจอรถชนกัน+เกิดแสงสว่างเมื่อได้เขียนเรื่องราวความดี..ใจก็เป็นสุข

Today is Sunday. Slow life

23/10/59
19.35น.

     เข้ามาเพราะต้องบันทึกเรื่องราวทั้งวันที่ประสบมา วันนี้ตื่นสายเพราะเห็นว่าสงบดี ไม่ค่อยได้ยินเสียงรถให้วุ่นวาย เป็นวันที่หมดไปเปล่าๆจริง วันนี้ไมด้ดีไปกว่าเมื่อวานอย่างที่ตั้งใจ เป็นเพราะอารมณ์ช่วงนี้หงุดหงิดหรืออย่างไร เครียด...แต่วันนี้ลองได้อ่านเรื่องราวของหลวงพ่อ ก็ทำให้ได้คิด มีกำลังใจกับชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง 
     ขณะที่นั่งพิมพ์บันทึกอยู่นี้ เราชอบเหลือเกิน กับบรรยากาศที่สงบสุข เพราะไม่ได้ยินเสียงรถ เสียงหนวกหูจากการทำงานของโรงงานข้างล่าง เป็นเวลาที่สงบดีแท้ 
     ต่อ วันนี้เจอเหตุการณ์รถเฉี่ยวชนกันด้วย เห็นจากกระจกรถด้านหลัง ในวินาทีนั้นทุกอย่างสโลว์โมชั่น กระจกรถมอเตอร์ไซต์สองคันเกี่ยวกัน ตรงสี่แยก คงเพราะไม่ทันมอง หญิงกับชาย ข้าวกระจายเต็มถนน สองคนก้นกระแทกกับพื้น ดีที่ไม่เป็นไรมาก ชีวิตแค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น หากไม่ระวังความตายก็อาจมาเยือนเรา โดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้คิดได้ว่าเราไม่ควรประมาทต่อชีวิตตนเองจริง เราจะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย ทำให้เริ่มกลัวความตายขึ้นมาแล้ว ไม่ได้กลัวเจ็บ แต่กลัวโลกหน้า ที่เราจะไปเยือนต่างหาก เมื่อความดีที่ได้ทำบนโลกนี้มีเพียงน้อยนิด บาปก็ยังทำ จิตใจช่วงนี้ก็เศร้าหมอง หากว่าเราต้องตาย คงได้ไปอบายแน่ กลัวเหลือเกิน เมื่อได้เห็น วีดีโอ เรื่องอบายที่ฉายทางยูทูป ทำให้เราไม่อยากไปเยือนมันเลยทีเดียว
     เรื่องที่เราได้ไปอ่าน ในโลกโซเซียล หลายๆคอมเม้นที่คนต่างว่ากล่าวสาดเสียเทเสีย ด่าคนนั้นนี้ และที่สำคัญคือการด่าว่าพระ ใครจะหาว่าเรางมงายหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับเรา เรามีศรัทธา เรามีความเชื่อ ตามศาสนาของเราว่า การด่าว่าพระ การด่าว่าคนดี การใส่ร้ายป้ายสี นั้นเป็นบาป และไม่ใช่จำนวนน้อยเลยทีเดียวมากมายมหาศาล พาลให้นึกไปถึงวันที่คนหล่าวนั้นต้องเดินไปยังนรก เพื่อเข้าไปรอฟังคำตัดสินจากท่านยมบาล คงเดินเบียดเสียดอัดแน่น จนไม่มีทางเดินกันเลย เพราะมันมากเหลือเกิน เราขอเตือนท่านๆไม่ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับพระ สิ่งใดๆก็แล้วแต่ ท่านอย่าได้ร่วมวงกับเขาเลย เลี่ยงเอาไว้ดีกว่า มิฉะนั้นผลกรรมมันหนักหน่าสาหัสมาก โดยเฉพาะหากไปใส่ร้าย พระท่านที่ดีมากๆแล้วล่ะก็ ไม่รู้ว่าต้องลงนรกขุมไหนดี....
     ว่ากันเรื่องอื่นต่อเมื่อคืน จำความฝันตัวเองไม่ได้...ข้าม เรื่องการจับดีผู้อื่นดีกว่า ต่อไป ในหนึ่งวันเราจะบันทึกหัวข้อต่อไปนี้หลังจากที่บันทึกอย่างสะเปะสะปะ เพื่อนที่บังเอิญเข้ามาอ่านเรื่องราวของเราจะได้ไม่สับสนไปกับสำนวนของเรา
1.ความฝัน(ถ้ามี) ปล.เขาว่ากันว่าหากเรายังฝันแสดงว่าเรายังหลับไปลึกพอ
2.เรื่องราวที่พบเจอ ที่รู้สึกในวันนั้น
3.ธรรมะที่ได้ในแต่ละวัน+ผลการนั่งสมาธิ
3.ความดีของผู้อื่นที่เราพบเจอ

ความดีของผู้อื่นวันนี้ 
1.หลานสาวแล้วกัน เธอเป็นหายโกรธง่ายๆมาก (ดีไหม)
2.แม่ เป็นคนใจดี ทำกับข้าวให้เรากินทุกวันเลย 
3.อาแบ(พี่)คนขับรถตุ๊กๆหน้าบ้านช่วยเราเปิดประตูโรงงานด้วย ประตูมันฝืดเราเลยเปิดไม่ไหว ขอบคุณนะคะ

     ปล.วันนี้เจอคนเก็บขยะด้วย น่าสงสาร เขามีรถจักรยานเก่าๆอยู่คันหนึ่ง เราเจอตอนขับรถผ่าน เขานั่งอยู่ในสวนสาธารณะ ข้างจักรยานคนนั้น เหมือนกำลังแทะกินอะไรสักอย่างในมือ ลุงเขาแก่แล้ว ผิวคล้ำๆหน่อย ร่างกายผอมเหี่ยวย่น ลุงนั่งอยู่คนเดียว ทำให้นึกถึงลูกหลายของแกว่าช่างใจดำนัก หรือหากไม่มีทำไมปล่อยให้ญาติของตัวเองต้องเป็นอย่างนี้ แต่ก็ยังชื่นชม แม้ลุงจะไม่มีคนดูแล แต่แกก็ยังขยันเก็บขยะคงเอาไปขาย ได้เงินไม่มากคงมีชีวิตไปวันๆ ถ้าเป็นไปได้ ความฝันของเราอย่างหนึ่งคือโรงทาน เราจะตั้งโรงทาน ใครจะร่วมกับเราบ้าง.....5555
     เราอยากมีโรงทาน แจกอาหารให้กับคนที่ยากจน ข้างๆกันก็จะทำห้องนั่งสมาธิ ไว้สำหรับนั่งปฏิธรรม แล้วเราก็จะทำร้านหนังสือ ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟอยู่ในนั้น นี่คือความฝันเลยนะ...5555ใครจะหุ้นกับเรามั่ง 
     งั้นแค่นี้ก่อนนะกะว่าจะสวดมนตร์นั่งสมาธิก่อนนอนเสียหน่อย เพื่อนก็ลองทำดูนะ ลืมเรื่องในวันนี้ไปเสีย ศึกษาพระธรรม จากหนังสือก็ได้ หรือจากยูทูปก็ได้ มีให้อ่าน มีให้ดูเยอะเลย แล้วค่อยสวดมนตร์นั่งสมาธิ เริ่มจาก 15 นาทีก่อนก็ได้ แล้วค่อยๆเพิ่มเวลาให้มากขึ้น 30นาที 1 ชม. แล้วก็เพิ่มๆ ความตั้งใจของเรา ก่อนนอน1 ชม ตอนเช้า 3 ชม. เวลาว่างๆตอนกลางวันสัก 2 ชม. ดีไหม ลองทำจากน้อยๆก่อนก็ได้ เราก็จะเริ่มจาก 30 นาทีก่อนวันนี้
     พรุ่งนี้วันพระ มีเรื่องเล่า(ไม่จบง่าย) เราอาศัยอยู่ในเมือง จังหวัดปัตตานี  ตอนกลางคืน แถวโต้รุ่ง จะมีคนนำดอกไม้มาวางขายตรงทางเดินฟุตบาทเป็นประจำทุกวัน ราวๆ5-6โมงเย็น ทว่าหากวันไหนเราขับรถผ่าน แล้วมีอีกเจ้าหนึ่ง(คนที่จะมาขายเฉพาะวันพระ) มาวางขายใกล้ๆกัน แล้วคนมุงซื้อเยอะ แสดงว่า พรุ่งนี้เป็นวันพระ เจ้าที่ขายอยู่เดิมก็จะเพิ่มปริมาณช่อดอกไม้ที่มัดขาย เรียกได้ว่าขายกันไม่ทันเลยทีเดียวต้องเรียกลูกหลานของตนเองมานั่งขายด้วย เป็นเด็กชาย น่าจะประมาณประถม เราก็ว่าดี รู้จักช่วยพี่น้องหาเงิน ไม่ไปเล่นซนเหมือนเด็กคนอื่น 
     เราไม่ต้องดูปฏิทินเลย จะรู้จากการดำเนินชีวิตของผู้คนได้ทันที และทำให้นึกว่าแม้เมืองที่เราอยู่จะมีคนนับถือศาสนาพุทธไม่ทั้งหมดของพลเมืองอาจจะครึ่งๆพอกับชาวมุสลิม แต่ก็ยังเห็นคนมากมายมาซื้อดอกไม้เพื่อนำไปถวายพระ พุทธศาสนิกชนยังมีศรัทธาอย่างดี ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง.

ปล.หัวข้อเรื่องที่เป็นแบบนั้นเพราะที่ตั้งว่าเรื่อยๆนั้น แปลกจิตใจขณะที่พิมพ์ตั้งแต่บันทัดแรกจนถึงบันทัดสุดท้ายช่างต่างกัน ตอนแรกคิดว่าวันนี้จะบันทึกสิ่งใดดี แต่ทว่าพอนึถึงเรื่องราวที่ได้เจอะเจอ มันก็มีสิ่งดีๆข้อคิด ที่ได้จากการพบเห็นผู้คน สถานการณ์ต่าง ได้แง่คิดดีๆเรื่องบุญกุศล ทำให้จิตใจค่อยๆสว่างขึ้น แปลกๆจริงๆนึกว่าจะเขียนได้แค่ไม่เกินสองย่อหน้า แต่นี้ปล.ตั้งหลายครั้งแล้ว ยิ่งเขียนเรื่องราวดีในวันนี้ก็ค่อยๆพุดขึ้นมาเพื่อจะให้เราได้บันทึกมันเอาไว้ ....และก็ปลอีกครั้ง
     ที่โต้รุ้งอีกเช่นเคย นี่คงจะเป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของคนเมืองเล็กเมืองนี้ เพราะทุกคนต่างมาซื้อกับข้าวสำหรับมื้อค่ำ สองวันมานี้เราสักเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งกางเต้นรับสกรีนเสื้อฟรี ช่างเป็นเรื่องที่ดีอะไรอย่างนี้ คงเป็นเหล่านักเรียนที่ใจดี เห็นช่วงนี้เป็นช่วงที่ประชาชนกำลังไว้อาลัยให้พ่อหลวง ร.9 ของเรา เด็กๆเลยใจดี ใจบุญ รับกรีนเสื้อ เกี่ยวกับในหลวง คนต่างก็เอาเสื้อสีดำของตนมาสกีนกันมาก ต้องยืนต่อแถวกัน ....ดีแล้วในขณะที่สนามหลวงมีคนให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ไป มีการแจกข้าวแจกน้ำ แจกเสื้อฟรี ปัตตานีของเราก็ยังมีกลุ่มวัยรุ่นใจดี ทำความดีเพื่อพ่อหลวงของเรา สาธุๆๆๆ ไปจริงแล้วนะ หลับในอู่ทะเลบุญนะคะ
20.08น.
     



วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วันที่แย่

......วันนี้รู้สึกแย่ มากๆ รู้สึกอยากร้องไห้...การอยู่กับคนที่..........................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ช่วงนี้มันเป็นอะไรนักหนา.....
.....................................................................
....................................................................ไม่มีอะไรจะเล่า
เธอ เลือกเขามากกว่าฉัน....ข้นกว่าน้ำ
ฉันชวนเธอให้ไปเธอห่วงเขา
แล้วฉันเล่า เธอไม่รู้หัวใจเทา
มันโศกเศร้า น้อยเนื้อ ฝืนจำทน

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คุณค่าของการอ่านหนังสือ

ความรู้ คือ อำนาจ
(เซอร์ฟรานซิส เบคอน)

21/10/59
19.56น.

    ก่อนจะพูดเรื่องหนังสือ เล่าเรื่องความฝันให้ฟังก่อน ช่วงที่เริ่มนอน4ทุ่ม สังเกตได้ว่าเรามักฝันแปลกๆ ทุกวัน เหมือนคนฟุ้งซ่าน เอาโน้นนี่มาประติดประต่อ แต่พออีกวันหนึ่งก็ลืม แต่เมื่อคืนยังจำได้มันประหลาดมาก เราฝันเรื่องความตาย สถานที่ที่เราเห็นคือ เป็นลานกว้างโล่งทั่วพื้นที่เต็มไปด้วยหญ้าสีเขียวอ่อนตัดเสมอดูสวยงาม ทว่ากลับมีหลุมใหญ่ยังขุดลึกลงไปเป็นรู้สี่เหลี่ยมคางหมู น่าจะประมาณ 3 เมตรได้ และเราก็ยืนใกล้หลุดนั้น เพื่อมาทำพิธีฝังศพคนๆหนึ่งที่เคยเป็นครูของเรา เธอยังไม่ตาย ในฝันมีคนมาส่งครู ในใจเรานึกสงสัยว่า ครูยังไม่ตายทำไมถึงลงไปในหลุมล่ะ นี่มันไม่ใช่การตาย มันคือการยอมตาย ดูเหมือนครูก็เตรียมใจมาแล้วว่าต้องตาย 
     มีคนโทรหาลูกครูเพื่อให้มาดูใจครั้งสุดท้ายก่อนที่จะโดนดินกลบ ทว่าเธอกลับไม่มา เราร้องไห้เสียใจ รวมถึงลูกศิษย์ของครูด้วย ขนาดเรายังมาแล้วคนเป็นลูกล่ะ แล้วสามีของครูล่ะ ไม่มีใครในครอบครัวเลยนอกจากลูกศิษย์ แล้วครูก็ค่อยนอนลงและปล่อยให้ดินกลบหน้า...ภาพก็ตัดไปอีกเหตุการณ์ เป็นเรื่องของเพื่อนคนหนึ่งสมัยมัธยมต้น เธอกำลังหาที่ฝังศพพ่อของเธอ ทว่ากลับมีศพมาฝังในที่ของพ่อเธอ เธอร้องไห้เมื่อไม่มีที่ว่างสำหรับพ่อเธอ...แล้วก็จำได้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งหน้าเหมือนพี่ชายที่ตายไปแล้ว เขามาอยู่บริเวณนั้นด้วย ดูเหมือนจะเป็นคนเฝ้าสถานที่ คอยจัดสรรว่าใครควรฝังตรงไหน ...แล้วก็จำไม่ได้...แล้วเราก็ตื่น ประมาณ ตี2 กว่า เราก็นอนต่อ
5555วันนี้ถ้าฝันอีกตื่นมาจะจดไว้ บันทึกความฝันว่าจะมีฝันในที่เป็นลางบอกเตุเราบ้าง หรือฝันในที่เกิดจากการกินมาก ฟุ้งซ่านก่อนนอนก็ไม่รู้ จะคอยดู

     มาที่เรื่องของหัวข้อวันนี้ คุณค่าของการอ่านหนังสือ วันนี้ก็ไปได้หนังสือมาใหม่อีกเล่ม ชื่อ "แก่ช้าลงแน่แค่ปล่อยให้ท้องหิว" เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของหนังสือ ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี" แต่มีการ์ตูนเข้ามาสอดแทรก ทำให้น่าอ่านมากขึ้น จากเล่มที่แล้วที่เน้นเนื้อหาเต็มที่ แต่แนะนำว่าควรมีสองเล่ม เล่มนี้จะมีสูตรอาหารของคุณหมอที่แนะนำมาด้วย ต้องลองไปอ่าน 
     นอกจากนี้วันนี้ขอใช้เวลาอ่านหนังสือในห้องสมุด หยิบหนังสือเล่มเก่าๆที่อยู่ในตู้ออกมา อ่านจบเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ยังคงมีประโยชน์เพราะชีวิตมีปัญหา หนังสือที่ซื้อมาจึงเป็นทางแก้ที่พอจะช่วยได้
เลยได้เล่มหนึ่งมาคือ "ตัวเราไม่ธรรมดา" เขียนโดย พระมหาสมชาย ฐานฺวุฑโฒ หวังว่าเราจะสามารถค้นหาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเราได้ เริ่มจับทางได้นิดหน่อย 
     รู้แต่ไม่ลงมือทำ อ่านหนังสือมาเป็นร้อยเล่ม เข้าสัมนามาเป็นร้อยครั้งแต่ไม่ลงมือทำมันมีสาเหตุมาจากอะไร
     พระท่านได้นำหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาอ้างอิงคือ เราขาด อิทธิบาท4 
1.ขาดแรงบันดาลใจ (ฉันทะ) เลยทำให้เราไม่มีความตั้งใจมากพอที่จะลงมือ 
2.ขาดความเพียร เพราะไม่มั่นใจในความเพียรของตนเอง ใช้ชีวิตไปตามน้ำ เรียนตามเพื่อน ทำงานตามเพื่อน ไม่กล้าเสี่ยง ทำตามคำชี้นำ
3.ไม่มั่นใจในความจดจ่อ นั่นคือไม่มีแรงฮึดต่อเนื่องยาวนาน
4.ไม่เข้าใจในเรื่องที่ทำ เพราะถ้าคนๆหนึ่งรู้ลึกรู้จริงในเรื่องนั้น เขาจะลงมือทำอย่างเต็มใจ เต็มที่ ไม่มีความกลัวที่จะผิดพลาด

...ปล.วันนี้เจอน้องคนหนึ่ง อายุน่าจะประมาณ 9 ขวบ เป็นเด็กผู้ชาย เข้ามาถามเรื่องหนังสือ ให้เราช่วยหาด้วย คนเป็นร้อยเต็มห้องสมุด แต่น้องเขากลับขอช่วย เราเลยอ่ะก็เอา ในใจคิดว่าดีจัง เด็กตัวแค่นี้รู้จักเข้าห้องสมุดหาความรู้ และยังกล้าขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า กล้าถามคนโน้นคนนี้ เราก็ช่วยหาจนเจอ แต่ก็ไม่ใช่ที่ต้องการ น้องเขาก็ลงไปถามเจ้าหน้าที่ใหม่ ขึ้นมาอีกทีบอกอยู่ตึกเก่า "พี่ๆเดี๋ยวน้องไปถามเขาก่อนนะ" แล้วเด็กน้อยก็ลงไปถามเจ้าที่ชายคนหนึ่ง และแล้วเขาก็พาไปหาในตึกใหม่ที่เราหยิบให้เด็กน้อยในตอนแรก...อะไรเนี่ย จนเราต้องขอตัว น้องเขาก็ยังคงวุ่นวายกับการหาหนังสือต่อไป...แล้วเราก็กลับมาอ่านหนังสือต่อ...จบ 

คำถามประจำวัน
1.หนังสือประโลมโลกคืออะไร?
     ตอบ เรื่องนี้ก็พอเข้าใจอยู่บ้างแต่อยากรู้ให้ลึกให้จริง บังเอิญเจอในหลักการฝึกนิสัยรักการอ่าน ต้องเริ่มจากการอ่านหนังสือที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน นิยาย สารดี.... มันจะค่อยๆฝึกจนเราเริ่มอยากจะรู้ ขยายไปเป็นอ่าน ประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ....อะไรประมาณนี้ แต่ขอควรระวังคือ อย่าให้ลูกหลานของท่านอ่านหนังสือประโลมโลก
     ประโลมโลก ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 ได้ให้ความหมายว่า เป็นคำวิเศษณ์ แปลว่า เกี่ยวกับเรื่องรักๆไคร่ๆ เช่นหนังสือประโลมโลก นิยายประโลมโลก
     
   จากข้างตนก็ยังไม่เครียร์ เลยไปหามาใหม่ คำว่าประโลม คือ (ก.) ทำให้เป็นที่เบิกบานพึงอกพึงใจ 
นั่นแสดงว่า หนังสือประโลมโลกคือ หนังสือเกี่ยวกับเรื่องบันเทิง เบิกบาน ต่างๆ เช่นเรื่องเพศ หรือความรุนแรง 
     บาย วันนี้ง่วงสุดๆๆๆเลย
20.45น.
     

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

คุณแห่งการทานอาหารมื้อเดียว

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
เราฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว 
เมื่อเราฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว 
ย่อมรู้สึกคุณ คือความเป็นผู็มีอาพาธน้อย 
มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลังและอยู่สำราญ..."
(พุทธดำรัส)

20/10/59
19.28น.

     วันนี้เป็นวันที่ผ่านไปอย่างราบเรียบ ตื่นนอน5.30น สวดมนตร์ทำวัตร นั่งสมาธิครึ่งชัวโมง หลังจากที่เมื่อคืน นอน4ทุ่มตามตารางแปะ ตื่นเองตอนตี4.01น.55555 ไม่รู้ว่าคิดเองหรือเปล่า เมื่อวานก็ตื่นตอนนี้ แต่นอนต่อ จนตี5ครึ่งถึงลุกขึ้น ทำภารกิจ วันนี้มีหลุดๆบ้างไม่เป็นดั่งที่ตั้งใจ แต่ก็ได้วางแผนงานการปรับตัว ครั้งนี้จะต้องสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ เพื่อดำเนินตามรอยทางของพระพุทธเจ้าที่กล่าวเรื่องการฉันอาหารมื้อเดียว ซึ่งตรงกับหนังสือที่ได้อ่าน หนังสือ"ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี" เมื่อกี้เลยวาดแพลนไว้ 
     หลักการใช้ชีวิตต่อไป วัดผลภายในหนึ่งเดือน ความคาดหวังคือ น้ำหนักต้องลดลง ส่วนที่เหลือคือสุขภาพที่ดี เพราะในตำรากล่าวถึงการปฏิบัติตัวด้วย มิใช่เพียงการทานอาหารเพียงสิ่งเดียว รวมถึงการนอน การใช้ชีวิต เอาล่ะเดี๋ยวคงเห็นกันต่อไป วาดเป็นมายแม็พไว้คร่าว ใครที่อยากทราบรายละเอียดก็ลองไปหาหนังสือมาศึกษาดูนะคะ

mind map
     ในช่วงหนึ่งของวันนี้นึกถึงคำคมหนึ่งที่มีพระรูปหนึ่งท่านได้สอนเราไว้ เมื่อเราเฝ้าแต่ถามตนเองว่า ทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น ทำไมๆๆๆๆ ท่านได้ให้คำกลอนมาบทหนึ่งว่า

"จับดีผู้อื่น พิจารณาตนเอง แล้วเราจะสมบูรณ์แบบ"     
     นั่นคือการมองคนอื่นแต่สิ่งที่เขามีดี เขามีดีอะไร เราจับเอาตรงนั้นมาคิด มาวิเคราะห์แล้วก็นำมาปฏิบัติตาม ส่วนสิ่งไหนที่ไม่ดีเราอย่าไปสนใจ มองหาส่วนที่ดีของเขาเสีย แล้วสิ่งดีๆทั้งหลายจากการจับดีผู้อื่นนั้นก็จะเข้ามาสู่ตัวเรา ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น สมบูรณ์แบบขึ้น 
     ตรงข้าม หากเรามัวแต่จับผิดผู้อื่น ภาพความไม่ดีของเขาก็จะเข้ามาติดอยู่ในใจเรา แล้ววันหนึ่งเราก็จะทำตามเขาไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ประมาณ "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง" อันนี้เรื่องจริง เราเคยผ่านจุดนั้นมาแล้วเลยนำมาบอกได้ ทั้งที่เราบอกๆเตือน และคอยคิดย้ำความผิดของคนอื่น และแล้วเราก็นำกลับมาทำเสียเอง ข้อนี้ลองสังเกตตัวเองดู 
     เอาล่ะวันหลังจะขยายหัวข้อนี้เป็นอีกหัวข้อใหญ่แล้วกัน ไปๆมาๆกลายเป็นการเล่าเรื่องธรรมะไปเสียแล้ว มันก็จริง เรามีที่พึ่งทางใจเป็นพระธรรมนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุด พระพุทธองค์ท่านได้ตรัสรู้ และนำคำสอนนั้นฝากให้แก่เช้าโลก เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ อยู่ที่ใครจะนำมาใช้หรือไม่ ตำรามากมายในโลก ปัญหามากมาย แก้ได้โดยพระธรรม และนำไปฝึกตัว แล้วจะเกิดผล เราก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังเดินเส้นทางสายนี้ อาจจะไม่สุดโต่งตัดขาดทางโลกเพื่อบวชชี แต่ก็อยากเป็นฆารวาสผู้ทรงธรรม (แต่ถ้าเราเกิดมาเป็นผู็ชายก็ไม่แน่ เราจะบวช) ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามหลักพุทธศาสนา เป็นคนดีและช่วยเหลือมนุษย์ด้วยกัน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 
     หวังว่าหนทางการดำเนินชีวิต รวมถึงการบอกเล่าเรื่องราว ผ่านบันทึกประจำวันนี้ จะเป็นเรื่องราวดีๆที่ทำให้ท่านมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปไม่มากก็น้อย เราก็จะเล่าเรื่องราวของเราต่อไปในแต่ละวัน เมื่อเกิดปัญหา ก็ตั้งคำถามและหาทางแก้โดยใช้หลักเหตุผลทางวิทยาศาสร์ และนำหลักธรรมมาแก้ปัญหาผสมรวมกันไป ....สาธุขอให้ทุกคนสู้ๆนะ "ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน"แล้วคุณก็จะมีความนับถือตนเอง และเป็นหนทางนำมาซึ่งความสุขต่อไป เราจะร่วมเดินทางไปพร้อมกัน...
20.09น.
     





วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

You are what you eat

"คนเราต้องรู้จักพอประมาณในการกิน"
"กินเพื่ออยู่ มิใช่อยู่เพื่อกิน"
"you are what you eat"
19/10/59
19.37น.
     
     เกริ่นมาแบบนี่เพราะอยากทำได้อย่างคำคมข้างต้นนะสิ แต่ไม่เคย...เรื่องนี่เป็นปัญหาใหญ่ของเราเลยนะ รวมถึงยังเป็นปัญหาของมวลมนุษยชาติ โรคอ้วนถามหากันเป็นแถวๆ ทั้งที่รู้ว่าทานเยอะไปจะไม่ดี ทั้งๆที่รู้ว่า อีก4-5คำจะอิ่มก็ควรหยุด แต่ไม่ค่ะ เอาให้พุงยื่นก่อนค่อยวางช้อน เราประสบปัญหานี้อย่างหนัก จนเริ่มคิดได้ว่า อะไรคือข้อเท็จของเหตการณ์นี่ นี่เรากำลังเป็นอะไร แนวทางดีเขาก็บอกไว้
1.ต้องทานอาหารที่มีปีะโยชน์ กินผัก กินผลไม้
2.งดของหวาน เค็ม กินจืดๆให้ได้รสของธรรมชาติดีที่สุด
3.งดชากาแฟได้ยิ่งดี
3.ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด
4.เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ค่อยๆกิน ค่อยๆลิ้มรส
5.อีก 4-5คำจะอิ่มให้หยุดกิน แล้วดื่มน้ำตามก็จะอิ่มพอดี
6.มื้อเย็นเป็นมื้อที่ไม่จำเป็น
.....และอื่นๆอีกมากมาย
แต่ไฉนเลยข้าพเจ้าจึงทำไม่ได้ เผลอทำตรงข้ามทุกข้อ!
     ดังนั้นเราจะลองทำดูตามตำราหนึ่งที่ท่านได้กล่าวไว้ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งจากคุณหมอชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า นพ.โยะชิโนะริ นะงุโมะ จากตำราที่ชื่อว่า "ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี" เราคิดว่าเราจะต้องเอาจริงเสียที หลังจากที่ตั้งใจแล้วล้มเหลวไปเป็นท่ามานาน เราจะทำโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน โดยเอาตนเองมาทดสอบตำราดูสิว่า จะได้ผลจริงๆ เหมือนคุณหมอหรือเปล่า เพราะคุณหมอท่านดูเด็กกว่าอายุจริงๆ
     เราจะทำทุกอย่างจัดตารางเวลาให้ลงตัว และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แล้วมาดูผลกันว่า จากวันนี้19/10/59 ไปอีก 1เดือน ร่างกายเราจะเป็นอย่างไร แล้วจะมาอัพเดพตารางที่ว่านะ
     ที่นี้เรามาศึกษาปรากฏการณ์กินไม่หยุดในทางพระพุทธศาสนาท่านว่าอย่างไร ขอไปค้นก่อนนะ..บาย ฝันดีตอนนี้เริ่มง่วงล่ะ 4 ทุ่มๆๆๆๆนอนนนนน
20.08น.